- ว่าด้วยทิศทางของ Android (2/2)
รำพึงรำพัน ว่าด้วยเรื่อง แนวทางของ Android ในวันข้างหน้า (2/2)
ครับ… มาต่อครับ กว่าจะมาภาคจบก้อข้ามปีพอดี
ขณะที่กำลังเขียนรำพันอยู่นี้ Google เพิ่มเปิดตัวมือถือตัวแรกชื่อ Nexus One (เมื่อวาน) โดยว่าจ้าง HTC เป็นผู้ผลิต เดาว่า HTC คงจะออกรุ่นนี้มาเช่นกันแต่ต้องคล้อยหลังสักไตรมาสตามสัญญาผูกมัด ก้อเดาต่อว่า Google คงต้องการผลักดันตลาดให้เร็วขึ้น ด้วยเครื่องที่แรงขึ้น ด้วยราคาที่ถูกลง เพราะคงทนรอผู้ผลิตมือถือค่ายอื่นๆไม่ไหวอีกแล้ว (จำได้มั๊ย iPhone ออกมาด้วยราคาสุดถูก เป็นแพคเกจซื้อเครื่องพ่วง(เปิด)เบอร์ รู้ทั้งรู้ว่าคนซื้อไปใช้กันทั่วโลก - ซื้อเครื่องทิ้งเบอร์) Google คงจะใช้มุกเดียวกับ Apple/iPhone กระมัง
ส่วนในฟาก Apple ก้อมีกระแสว่าจะออก Tablet ใหม่ ทุกคน”คาด”หวังว่าจะส่งคลื่นกระแทกแรงพอๆกับครั้งที่ iPhone กระแทกวงการมือถือยังไงอย่างนั้นเลยอ่ะ
ทั้งหมดทั้งปวงนี้ มันก้อเป็นการเดาของผมเช่นกันว่ามันจะ Tablet จะเป็นสิ่งหนึ่งที่มี Android เข้าไปเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน ฟันธง
ใช่ครับ แนวทางของ Android จะไม่หยุดที่ “มือถือ” แน่นอน แต่จะสะพัดไปสู่อุปกรณ์ที่อยู่ในกลุ่ม พกพา-able (สามารถพกพาได้) คืออะไรทุกอย่างที่เล็กกว่า NetBook
ผมหมายถึงอุปกรณ์อะไรบ้าง ผมหมายถึง…
- มือถือ คนถือ ยักษ์ถือ
- เครื่องเล่น Multimedia MP3 เล่นหนัง MPEG2/4 Divx ทั้งหลาย
- อุปกรณ์นำทาง GPS พกพา หรือในรถยนต์
- กรอบภาพตั้งโต๊ะดิจิตอล (+ Internet Access + Wifi มีแน่นอน – ฟันธง)
- อุปกรณ์การทำ Video Conference โทรศัพท์ตั้งโต๊ะแบบ IPPhone
- Tablet
- NetBook (พวกที่ไม่มี Harddisk)
ผมเชื่อว่า Tablet จะเข้ามามีอิทธิพลต่อเราแน่นอนแต่จะไม่มากเท่ามือถือ และเดาว่ารุ่นที่ iPhone จะออกมานั้น จะมีหน้าจอประมาณ 6.5 ถึง 8 นิ้วเท่านั้น หนาครึ่งนิ้ว วางแนวขวางเพื่อเล่นเกม (อารมณ์ GameBoy) แนวตั้งเพื่อใช้งาน มี wireless network ทุกรูปแบบ รวมถึง Keyboard/Mouse ที่ไม่มีสาย ไม่มี Harddisk มีเข็มทิศ มีตัวจับแรงโน้มถ้วง กล้อง (วันนี้วันที่ 7 มกรา – รอดูนะครับว่า ของจิงออกมาใกล้เคียงขนาดไหน)
ครับ จิงๆ สิ่งที่บรรยายไว้คือสิ่งที่ได้นึกภาพไว้นานแล้ว และคิดว่า Google ก้อกำลังซุ้มพัฒนาตัวเครื่องลักษณะนี้อยู่เช่นกัน (แต่โดน Apple ขโมยซีนไปเรียบร้อย) มันเป็นทิศทางของที่ Google วางไว้ให้แก่ Android ว่าให้ไว้ในอุปกรณ์ขนาดเล็กและกลาง (ในขณะที่ว่างตำแหน่ง Chome ไว้ที่ตลาด NetBook ถึง DeskTop) ปล่อยสายป่านไปเรื่อยๆจนวันที่ “มหาชน” สามารถชนกับยักษ์ใหญ่ตลาด DeskTop ได้
และทั้งหมดทั้งปวงของ Android (และ Chrome) ก้อเป็นทัพหน้าเพื่อเชื่อมไปที่หัวใจของ Google คับ นั้นก้อคือ Services ทุกรูปแบบที่เชื่อมกลับไปที่ฐานที่ Google
Services ที่ว่านั้นจะขยายตัวไปกว้างกว่าความเป็นแค่ Search หรือ Location services แน่นอน (นึกแล้วน่ากัวมากกกก)
ที่เขียนมาเป็นความเห็นส่วนตัวนะคับ ร้อยคนร้อยความเห็นอยู่แล้วอ่ะ
ขอขอบคุณ
- ว่าด้วยทิศทางของ Android (1/2)
รำพึงรำพัน ว่าด้วยเรื่อง ทิศทางของ Android ในวันข้างหน้า (1/2)
วันนี้ (22/12/2009) อ่านข่าวเรื่อง Marketshare ระหว่าง Windows Mobile (WM), iPhone, และ Android ข่าวพาดไว้ประมาณ Windows Mobile กำลังตก (จิงๆต้องอ่านว่า “พละกำลังตก”) iPhone แรงกระชูด ส่วน Android ต้องเร่งมือ
ก้อต้องยอมรับว่า iPhone นั้นแรงจิงๆ ต้องยอมรับว่า UI การใช้งาน (ถูๆรูดๆ) นั้นเปิดมิติใหม่ของการใช้งานจิงๆ แต่ในใจก้อยังเชียร์ Android อยู่ เลยถามตัวเองว่าทำไมทำไม ใจมันตอบออกมาอย่างนี้คับ
- iPhone มี Apple เป็นผู้ผลิด Hardware แต่เพียงผู้เดียว ดังนั้น ในระยะยาว Android น่าจะตีตื้นได้ (ประเด็นนี้ WM นำอยู่ด้านจำนวนผู้ผลิตตัวเครื่องในขณะนี้) เพราะ Android ใช้มุกแจก Source Code ให้ผู้ผลิตตัวเครื่องไปต่อยอดเอง ในตลาดมีผู้ผลิตตัวเครื่องมาก(กว่า) ปีหน้าคงเห็น Android Phone ออกรุ่นมาเป็นโหลๆ
**ว่ากันมาอย่างนี้**ก้อมิได้บอกว่า Android จะแซง iPhone คับ แต่คงได้ตีตื้นขึ้นมา แต่ระยะยาว Android ดูดีแน่ - OS ของ Android เป็น Open Source นอกจากผู้ผลิตตัวเครื่องได้ประโยชน์แล้ว คนเขียน Apps ทั่วโลกก้อสามารถกระโดดเข้าร่วมวงมาพัฒนา Apps ได้ คงไม่ทัน iPhone แต่แซง WM แน่นอน
**จิงๆ** Apple เดิมหมากถูกตรงที่ว่า มีการใช้ Internet/Blog เป็นฐานอย่างจิงจัง แล้วมี source code ตัวอย่าง App มาให้ประชากรโลกคัดลอกไปต่อยอด และนั้นก้อเป็นเหตุผลที่ทำให้มี Apps เป็นแสนในเวลาอันสั้น แต่ประเด็นนี้ iPhone ได้เปรียบมุมเดียว Android ได้สองมุม (มุมผู้พัฒนา App และมุมผู้พัฒนาตัวเครื่องจากข้อแรก) - จากประเด็น Open Source เราจะพบว่า มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่พัฒนา Objects (หรือพวก Widget ต่างๆ –ฟรี/เสียเงิน) ออกมาขาย เพื่อให้คนเขียน App ซื้อไปต่อยอด(อีกที – ภายใต้ ReUseable concept ของ 100% JAVA) ถ้า Widget ออกมาในตลาดมากๆ มันจะเร่งความเร็วในการพัฒนา ผลคือจำนวน App ของ Android จะยิ่งออกมามากยิ่งขึ้นไปอีก
- OS ของ WM มี Microsoft เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว คิดแนวทางพัฒนาคนเดียว (หัวเดียวกระเทียมลีบ) เปิดรายละเอียดเฉพาะ API ให้ผู้เขียน Apps แบบนี้ยังไงยังไงก้อช้า ในขณะที่ Android มีขณะทำงานเพื่อปรับปรุง Source Code ให้เห็นกันจะจะ ระยะยาว Android ได้เปรียบกว่าทุกค่าย
[ขยายความเรื่องใช้มุกแจก source code ให้ผู้ผลิตตัวเครื่อง]
ความที่ Android ใช้มุกแจก source code นั้น มันทำให้ผู้ผลิตตัวเครื่องสามารถเอา Code ทั้งหมดไปต่อยอดได้ สิ่งที่ผู้ผลิตตัวเครื่องต้องพัฒนาคือ Code ในส่วนที่เรียกว่า HAL (Hardware Abstract Layer) เพื่อเชื่อม OS เข้ากับตัว Hardware (หรืออาจเรียกง่ายๆว่าเป็น Driver นั้นเอง) เมื่อทำ HAL ของรุ่นแรกเสร็จ รุ่นต่อๆมาก้อ ก๊อปๆเอา ง่ายจิงๆ พูดง่ายๆ ถ้า(สมมุติว่าเป็น HTC) ออกรุ่นที่เป็น WMobile เสร็จอีกเดี๋ยวก้อจะสามารถเปิดรุ่นที่เป็น Android ได้ทันที (ถ้าไม่ติดประเด็นด้านการตลาด หรือด้านสัญญาผูกมัดด้านการผลิต)
และที่สำคัญ คือบางค่ายมีการ”อม” API ลับๆบางตัว (ปล่อยไม่หมด) เพื่อให้คน(เขียน Apps) บางกลุ่มมีความได้เปรียบ อันนี้คงโดนกันมานาน แต่ไม่เกิดกับ Android แน่ๆ
และที่สำคัญ(ยิ่งกว่า) บริษัทผู้ผลิตตัวเครื่อง***ไม่ต้องมาคอยพะวง***ว่าเมื่อไหร่จะมาถูกเรียกเก็บค่าใช้ OS หรือเอามาขู่ประมาณว่า “ถ้าไม่ทำตามที่ฉันสั่ง ฉันจะส่ง OS ตัวใหม่ให้คุณช้าๆ” โหยเหมือนปลดแอกให้ไปอยู่ใน “ชีวิตที่ไม่ติดกรอบ” เลยอ่ะ
มีอีกบางมุมว่าด้วยเรื่องการทำ Unit Test ก่อนจะปล่อยเครื่องออกมาในตลาด แต่วันนี้เอาแค่นี้ล่ะคับ
ที่เขียนมาเป็นความเห็นส่วนตัวนะคับ ร้อยคนร้อยความเห็นอยู่แล้วอ่ะ
ขอขอบคุณ
leave a comment